loader image

5ชุดไทยผู้ชาย เปลี่ยนวัดให้กลายเป็นรันเวย์ ดูเท่ทุกองศา

ด้วยแรงบันดาลใจจากความงามไทยแบบคลาสสิกและความร่วมสมัยในแบบ Fine Heritage เราออกแบบ 5 ลุคชุดไทยผู้ชาย ที่นำความสง่างามในอดีตกลับมาเชื่อมกับมุมมองใหม่ของผู้ชายยุคนี้ ที่ดูสุขุม มีท่าที และมีสไตล์ในแบบตัวเอง วัดสุทัศน์คือหนึ่งในสถานที่ที่งดงามที่สุดสำหรับการถ่ายภาพชุดไทยผู้ชาย เพราะที่นี่ไม่ได้ให้แค่ฉากหลัง แต่ให้ บรรยากาศ ความสงบ และความขลังที่จับต้องได้ และวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่สามารถกลายเป็นรันเวย์ที่เผยความงามแบบไทยอย่างร่วมสมัยได้และนี่คือ 5 ลุคที่พิสูจน์คำพูดนั้น ลุคที่ 1 : สีกรมทองในระเบียงแสง — สุขุม ขรึม เท่แบบนักรบยุคใหม่ สะกดสายตาตั้งแต่แรก สร้างอารมณ์ขรึมและภูมิฐาน เหมือนชายไทยจากประวัติศาสตร์ที่ก้าวออกมาในโลกปัจจุบัน โทนกรมเข้ม-ชมพูกลีบบัวให้ฟีลสงบนิ่ง แต่พอยิ้มมุมปากนิดเดียว ก็ละลายแล้วครับพี่ ลุคที่ 2 : เขียว-ทอง-ม่วงละมุน สุภาพบุรุษที่ยิ้มอุ่นกว่าแดด ลุคนี้เล่นกับสีเขียว ทองและม่วง เพื่อสร้างอารมณ์ฤดูหนาวที่สดชื่นแต่สงบ เส้นสายที่เรียบแต่ละเอียดของผ้าไทย ชุดนี้เผยความละมุนของผู้ชายที่มั่นใจในแบบไม่ต้องตะโกน ยืนในแสงกลางแจ้ง รายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมไทยชัดเจน ลุคที่ 3 : สีน้ำเงิน–แดงลุ่มลึก — อบอุ่นและทรงพลัง ถ้าฤดูหนาวเป็นผู้ชาย…ก็น่าจะเป็นลุคนี้ สายตาเงียบๆ แต่ใจดี […]

nattapaty

November 3, 2025

เครื่องแขวนไทยโบราณ – ศิลปะลอยลมที่งดงามเหนือกาลเวลา

เครื่องแขวนไทยโบราณ คือหนึ่งในงานศิลปหัตถกรรมที่แฝงอยู่ในวิถีชีวิตและพิธีกรรมของคนไทยมาเนิ่นนาน เป็นของตกแต่งที่ “แขวน” ลงมาเป็นพวงหรือระย้า เพื่อความสวยงามและเป็นสิริมงคลแก่สถานที่และนอกจากนี้เครื่องแขวนไม่ได้ให้เพียงสุทรียภาพความงามทางสายตา แต่ยังเต็มไปด้วยกลิ่นหอมจากดอกไม้ มิติความงามในด้านคุณค่า ความหมายเชิงมงคล และภูมิปัญญาการประดิษฐ์ที่สืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น ร่องรอยในประวัติศาสตร์เครื่องแขวนโบราณมีหลักฐานมาตั้งแต่สมัยอยุธยา และพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงรัตนโกสินทร์ โดยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว งานเครื่องแขวนดอกไม้สดถูกประดิษฐ์ขึ้นในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อประดับบริเวณรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม นอกจากนี้ยังพบภาพจิตรกรรมเครื่องแขวนรูปแบบต่าง ๆ บริเวณด้านหลังบานประตูหน้าต่างในพระวิหาร เช่น วัดมกุฏกษัตริยาราม วัดโสมนัส ซึ่งปรากฏภาพเรื่องรามเกียรติ์ แสดงเรื่องราวนอกเหนือจากโครงเรื่องหลัก เป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้เห็นภาพการประดิษฐ์เครื่องแขวนดอกไม้สดได้อย่างชัดเจน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวงานประดิษฐ์ดอกไม้ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง โดยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ (พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี) ทรงฟื้นฟูการประดิษฐ์ทั้งดอกไม้สดและดอกไม้แห้ง พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารฝ่ายในต่างร่วมใจกันประดิษฐ์งานเครื่องแขวนดอกไม้สดเพื่อเป็นพุทธบูชาในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ และเพื่อประดับตกแต่งบานประตู หน้าต่างในพระบรมมหาราชวังและในพระอารามหลวง วัสดุและองค์ประกอบวัสดุหลักมักแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ วัสดุธรรมชาติ – ดอกไม้หอม เช่น มะลิ พุด การเวก ชบา ดาวเรือง จำปี จำปา ดอกรัก รวมไปถึงจำพวกใบไม้หอม เช่น ใบเตย หรือ ผลไม้หรือเมล็ดที่มีสีสัน วัสดุประดิษฐ์ – เส้นไหม ลูกปัด กระดาษสี กระดาษทอง […]

nattapaty

August 19, 2025

เช่าชุดไทยใจกลางเมืองกรุงเทพ

คุณกำลังมองหาประสบการณ์สวมชุดไทยในกรุงเทพฯอยู่ใช่หรือไม่? ThaiStyleStudio ให้บริการเช่าชุดไทยแก่ลูกค้าที่เรารักมาเป็นเวลากว่า 3 ทศวรรษ เราให้บริการถ่ายภาพในสตูดิโอพร้อมบรรยากาศดั้งเดิมที่ถ่ายทอดความเป็นไทยแท้ รวมถึงบริการเช่าชุดไทยสำหรับนักท่องเที่ยว จะทำให้คุณและคนที่คุณรักได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม คุณสามารถเลือกชุดจากแบบและขนาดต่างๆ ที่เหมาะกับคุณที่สุดได้ ณ ใจกลางกรุงเทพฯ สตูดิโอตั้งอยู่บริเวณสยาม ศูนย์การค้าMBK นอกจากนี้ ชุดที่ทางสตูดิโอจัดเตรียมไว้ให้ที่นี่ยังเป็นชุดที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน การออกแบบและความหลากหลายที่น่าทึ่ง รับรองว่าคุณจะประทับใจไม่รู้ลืม เราดูแลคุณอย่างเต็มที่ตั้งแต่การแต่งหน้า ทำผม และแต่งตัว จนไปถึงการถ่ายภาพ จากนั้นก็ถึงเวลาที่คุณจะเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์แบบไทยแท้ ๆ สถานที่ (วัด) ที่ควรไปถ่ายรูปในกรุงเทพฯthaistylestudio1984.com/b/top-11-destinations-for-traditional-costume-photoshoot-in-bangkok/หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ อย่ารอช้า ให้ Thai Style Studio ดูแลคุณ หยิบชุดไทยของคุณมาถ่ายรูปกลางแจ้งกับเราสิ!! ค่าบริการเช่าชุดไทยอย่างเดียว ไม่รวมช่างภาพ แพ็กเกจถ่ายภาพนอกสถานที่ (เช่าชุดไทยพร้อมช่างถาพ) วิธีเดินทางมา Thai Style Studio 1984 : อย่าลืมชวนกันมาถ่ายรูปชุดไทยสวย ๆ ที่ Thai Style Studio นะครับ ขอให้สนุกและมีความสุขกับการถ่ายภาพครับ

nattapaty

May 7, 2025

สีมงคลของสาวชาววังหรือสวัสดิรักษา

สีมงคล “สาวชาววัง” นุ่งห่มสีประจำวันอะไรกันบ้าง? คนไทยนิยมการใส่เสื้อผ้าตามสีประจำวันมาตั้งแต่อดีต เพื่อให้ถูกกาลเทศะและถูกโฉลก โดยมีความเชื่อว่าสีประจำวันมีพลังอย่างหนึ่งในการกำหนดความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตมนุษย์ เดิมทีการแต่งกายนี้มีอยู่ในคำฉันท์ภาษาบาลีชื่อ “สวัสดิรักษาคำฉันท์” แต่คนส่วนมากไม่เข้าใจเพราะมีเนื้อหาที่เข้าถึงได้ยาก สุนทรภู่จึงได้ประพันธ์ “สวัสดิรักษาคำกลอน” ขึ้นเพื่อให้เข้าใจได้โดยง่ายและเผยแพร่สู่ทุกชนชั้น ในระหว่างปี พ.ศ. 2364-2367 อีกด้วย เนื้อความคำกลอนมีอยู่ว่า “อนึ่งภูษาผ้าทรงณรงค์รบ ให้มีครบเครื่องเสร็จทั้งเจ็ดสีวันอาทิตย์สิทธิโชคโฉลกดี เอาเครื่องสีแดงทรงเป็นมงคลเครื่องวันจันทร์นั้นควรสีนวลขาว จะยืนยาวชันษาสถาผลอังคารม่วงช่วงงามสีครามปน เป็นมงคลขัตติยาเข้าราวีเครื่องวันพุธสุดดีด้วยสีแสด กับเหลือบแปดปนประดับสลับสีวันพฤหัสจัดเครื่องเขียวเหลืองดี วันศุกร์สีเมฆหมอกออกสงครามวันเสาร์ทรงดำจึงล้ำเลิศ แสนประเสริฐเสี้ยนศึกจะนึกขามหนึ่งพาชีขี่ขับประดับงาม ให้ต้องตามสีสันจึงกันภัย ฯ” ขอบคุณภาพจาก facebook: งานวันกรมพระปรมานุชิตชิโนรส การกำหนดสีเหล่านี้มีที่มาจากสีประจำกายของเทพยดานพเคราะห์ ได้แก่ กายสีแดงของพระอาทิตย์ กายสีนวลของพระจันทร์ กายสีม่วงครามของพระอังคาร กายสีเขียวหรือสีเลื่อมแสดของพระพุธ กายสีเลื่อมเขียวเหลืองของพระพฤหัส กายสีเมฆหมอกของพระศุกร์ และกายสีดำของพระเสาร์ ซึ่งสีประจำวันเหล่านี้ไม่เหมือนกับปัจจุบัน การเปลี่ยนสีประจำวันมาเป็นสีสันที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คือ วันอาทิตย์สีแดง วันจันทร์สีเหลือง วันอังคารสีชมพู วันพุธสีเขียว วันพฤหัสบดีสีแสด วันศุกร์สีฟ้า วันเสาร์สีม่วง สันนิษฐานว่าเริ่มเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อมีการรับธรรมเนียมตะวันตกเข้ามา มาดูภาพตัวอย่างชุดสีตามวันกัน วันอาทิตย์ นุ่งเขียวก้ามปู ห่มดินหลงเทศ หรือ นุ่งเขียว ห่มแดง หรือ นุ่งผ้าลายพื้นสีลิ้นจี่ […]

nattapaty

April 25, 2025

ผ้าซิ่นดอยเต่าเมืองฮอด สัญลักษณ์บนผืนผ้ากับความรุ่งเรืองในอดีตริมสองฝั่งปิง

รู้จัก ‘ซิ่นน้ำถ้วม/น้ำท่วม’ งามภูษาและน้ำตาของชาวดอยเต่า จ.เชียงใหม่ สัญลักษณ์บนผืนผ้ากับความรุ่งเรืองในอดีตริมสองฝั่งปิง ‘ซิ่นหนีน้ำท่วม’ หรือ ‘ซิ่นน้ำถ้วม’ ตามภาษาอักขระล้านนา เป็นซิ่นชาวไทยยวนของกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทะเลสาบดอยเต่าจังหวัดเชียงใหม่ ที่มาของการขนานนามว่า ‘ซิ่นน้ำถ้วม’ เนื่องด้วยช่างทอได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนภูมิพล ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณพื้นที่อยู่อาศัยจนต้องอพยพโยกย้ายถิ่นจากบริเวณเดิม การอพยพหนีน้ำท่วมที่มาของชื่อผ้าทอตีนจกลาย หนีน้ำถ้วม ผ้าทอตีนจกมีการทอมาตั้งแต่ชุมชนเดิมริมสองฝั่งปิง คุณยายแก้วลา พรมเทศ ผู้สืบทอดผ้าทอตีนจกผืนเก่ามรดกจากบรรพบุรุษเล่าว่า ‘ …สมัยก่อนแม่อุ้ยอาศัยอยู่บ้านแอ่นริมแม่น้ำปิง เห็นการทอผ้าตีนจกมาตั้งแต่เป็นเด็ก แม่ของแม่อุ้ยนั้นทอตีนจกเป็นสามารถทอได้มากเป็นกระสอบ จนนุ่งไม่หมดก็แจกให้ลูกหลานนุ่ง’ ผ้าทอตีนจกในสมัยอดีตเป็นของมีค่าเปรียบเทียบได้กับทองคำ ผู้ที่นิยมสวมใส่มักเป็นผู้ที่มีฐานะอดีตราคาผ้าทอตีนจกมีราคาตั้งแต่ 100-500 บาท หากเทียบกับค่าจ้างรายวันชาวบ้าน ได้รับวันละ 8 บาท ผ้าทอกับผู้ที่มีรายได้น้อยจึงไม่สามารถซื้อหามานุ่งได้ ถือว่าเป็นสิ่งของไม่จำเป็น ในปี 2506-2507 หลังจากการก่อสร้างเขื่อนภูมิพลแล้วเสร็จ น้ำปิงที่ปิดกั้นได้เอ่อท่วมตั้งแต่อำเภอสามเงา จังหวัดตากเรื่อยขึ้นมาถึงพื้นที่ริมสองฝั่งปิงในเขตดอยเต่า ประกอบด้วยหมู่บ้าน 21 หมู่บ้าน มีพื้นที่ถึง 54 ตารางกิโลเมตร น้ำได้เอ่อท่วมพื้นที่ทำกินรวมถึงบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของราษฎร์ ต้องอพยพหนีน้ำท่วมเข้ามาอยู่ในบริเวณที่ดินจัดสรรของนิคมสร้างตนเองเขื่อนภูมิพล ผ้าทอตีนจกในสมัยนั้นมีคุณค่าเปรียบเช่นทองคำ เป็นสิ่งผู้อพยพย้ายถิ่นนำติดตัวมา จึงเรียกขานว่าผ้าทอตีนจกลายหนีน้ำถ้วม มาจนถึงปัจจุบัน เขื่อนภูมิพลปิดกั้นลำน้ำปิงที่ อ.สามเงา จ.ตาก […]

nattapaty

November 6, 2024

งานช่างสนะ ช่างฝีมือสุดเทพ

ตั้งแต่สมัยอยุธยาสืบเนื่องมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ปรากฏการใช้ผ้านั้น พระมหากษัตริย์ พระมเหสี และพระบรมวงศานุวงศ์ จนถึงขุนนางระดับสูง โดยจัดจำแนก ตามรูปแบบการใช้งาน คือใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม เช่น เสื้อครุย ผ้าทรงสะพัก ฯลฯ เป็นเครื่องราชูปโภค เครื่องประกอบอิสริยยศ ตลอดจนใช้ในงานพระราชพิธีต่าง ๆ เช่น ผ้าปูลาดและผ้าสำหรับถวายเป็นพุทธบูชา ผ้าปักที่ใช้ในราชสำนักมีหลายรูปแบบ ได้แก่ ผ้าปักที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิค การปักแบบโบราณเพื่อเพิ่มคุณค่าและความงามให้กับผืนผ้า เช่น การปักไหม การปักแล่ง และการปักหักทองขวาง ตลอดจนผ้าปักสำเร็จรูปที่สั่งซื้อยกพับมาจากต่างประเทศ เพื่อนำมาตัดเย็บเป็นเครื่องนุ่งห่ม โดยวัสดุที่ใช้ในงานปักของราชสำนัก เช่น ดิ้นเงินดิ้นทอง เลื่อม ไหมสีต่างๆ แล่ง ดิ้นข้อ ดิ้นโปร่ง ปีกแมลงทับ ฯลฯ งานปักเป็นงานประณีตศิลป์ที่ต้องใช้ความชำนาญ มีความละเอียดสูง และอาศัยระยะเวลาในการสร้างสรรค์ผลงาน ในราชสำนักสยามมีการสืบทอดช่างฝีมืองานปักมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยสังกัดในกรมพระภูษา เรียกว่า “ช่างสนะ” ช่างสนะ คือ ช่างผู้มีความชำนาญในงานฝีมือด้านผ้า กระดาษ และหนัง สร้างงานด้วยการเย็บ ปัก ถัก ร้อย และปะชุน สร้างสรรค์ให้เกิดเป็นชิ้นงาน ประณีตด้วยกระบวนการตัดแบบ เย็บแบบ ปักแบบ และนำมาเย็บประกอบด้วยด้ายให้เป็นรูปร่าง เข้าแบบ เข้าทรงเข้าชุด เป็นตาลปัตร พัดรอง ชุดโขน ชุดละคร เป็นต้น งานช่างสนะ จึงมิใช่เป็นเพียงงานสร้างชิ้นงานใหม่ขึ้นเท่านั้น หากแต่ยังหมายรวมถึงงานซ่อม หรือการปรับปรุงแก้ไขชิ้นงานเก่าด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานผ้า งานหนัง หรืองานกระดาษ ที่มีกระบวนการเย็บ ปัก ถัก ร้อย และปะชุน ดังกล่าว              ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้ชำระกฏหมายตราสามดวงมีการจัดแบ่งพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือนและไอยการตำแหน่งนาทหารหัวเมืองขึ้นใหม่ โดยจัดระเบียบหมวดหมู่ช่าง แบ่งออกเป็นกรมต่างๆ เรียกว่า “กรมช่างสิบหมู่”              ในพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ (พ.ศ. ๒๔๑๑-๒๔๕๓) ทรงจัดการงานช่างเป็นกรมต่างๆ ซึ่งมี ช่างสนะไทย เป็นกรมหนึ่งด้วย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงจัดระเบียบราชการใหม่ บรรดาช่างหมู่ต่างๆ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรม ในฝ่ายข้าราชการพลเรือนโดยตรง ไม่เกี่ยวกับทหารอย่างที่เป็นมาแต่โบราณ             ในจดหมายเหตุพระราชพิธีลงสรง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ในรัชกาลที่ ๕ กล่าวถึงขุนนางกรมต่างๆ ที่ได้เข้ามาร่วม”กระบวนถืออาวุธกลับปลายลงล่าง”ตามประเพณี ใน พ.ศ. ๒๔๒๙ มีชื่อกรมช่างสนะ ไทย-จีน รวมอยู่ด้วย และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ (พ.ศ. ๒๔๕๓-๒๔๖๘) กรมช่างมหาดเล็กได้ถูกยุบเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ อันเป็นผลมาจากสงครามโลกครั้งที่ ๑ (พ.ศ. ๒๔๕๗-๒๔๖๑) งานช่างสิบหมู่ได้ไปรวมอยู่กับกรมมหรสพ ต่อมาเมื่อตั้งกรมศิลปากรจึงได้ไปรวมอยู่กับกรมศิลปากรในภายหลัง             ช่างสนะ เป็นช่างประเภทหนึ่งในกลุ่มช่างสิบหมู่ ซึ่งเป็นช่างเครื่องผ้าต่างๆ สนองพระราชประสงค์ เช่น เย็บผ้า ปักผ้า ปะชุนผ้า นอกจากนี้ ยังทำเครื่องหนัง เช่น อานม้า ปลอกมีด เข็มขัด หรือสายรัด ตัดเครื่องแบบชุดทหาร ช่างสนะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มช่างคนไทย เรียกว่า “ช่างสนะไทย” กลุ่มช่างคนจีนเรียกว่า “ช่างสนะจีน”             ช่างสนะมีทั้งฝ่ายสร้างและฝ่ายซ่อม เพราะสิ่งของต่างๆ อาจมีการปรับปรุงแก้ไขรูปแบบเมื่อเก่าลงก็มีการซ่อมแซม ตัดแต่งชุด กระเป๋า รองเท้า ที่ทำงานเกี่ยวกับ เครื่องผ้า เครื่องหนัง และกระดาษ ร่วมไปถึงการยาเรือ ผู้ทำงานต้องมีความเข้าใจถึงกระบวนการทำงาน รู้จักวัสดุที่ใช้สร้างงาน สามารถเลือกวัสดุที่จะใช้ให้เหมาะสมกับการสร้างงานไม่ว่าจะเป็นสีของไหม รูปแบบของเลื่อม ลักษณะของดิ้นแบบต่างๆ ช่างต้องมีทักษะ เข้าใจเทคนิค สามารถแก้ปัญหาในการปฏิบัติงาน ซึ่งวิธีการปักแต่ละแบบ ของวัสดุแต่ละชนิดมีวิธีการทำงานที่แตกต่างกันในการทำให้เกิดเป็นลวดลาย ในการปักดิ้นไหม เลื่อม แล่ง ต่างๆ นำมาเข้ารูป เข้าทรง เป็นผ้าม่าน ผ้าหน้าโขนเรือพระราชพิธี เครื่องสูง ตาลปัตร พัดรอง รวมถึงเครื่องแต่งกาย โขนละคร และหุ่นไทยที่มีความประณีตสวยงาม  วิธีการผลิตงานช่างสนะโดยสังเขป             ๑. การตัดเย็บแบบ เข้ารูปทรงเป็นชุด นำไปปักลวดลาย แล้วนำมาประกอบเข้าเป็นชุดทหาร มหาดเล็ก หมวก ต่างๆ เป็นต้น […]

nattapaty

October 16, 2024

ผ้าสมปักปูม เสน่ห์งานหัตศิลป์

ผ้าสมปักปูม เป็นผ้าโบราณชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันในราชสำนักสยาม นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นผ้าที่พระมหากษัตริย์จะพระราชทานให้เป็นเครื่องยศแก่ขุนนาง หรือผู้ที่รับราชการมีบรรดาศักดิ์ต่างๆ ใช้นุ่งตามยศตาม ตำแหน่ง ใช้นุ่งเฉพาะเวลาเข้าเฝ้าฯ หรือนุ่งในพระราชพิธีที่สำคัญๆ ต่างๆ และใช้นุ่งเฉพาะในเขตพระราชวังเท่านั้น ซึ่งถือเป็นผ้าทอที่ทอด้วยความละเอียด ประณีต และมีคุณภาพที่ดี ผ้าสมปักปูม ในอดีตเป็นผืนผ้าหน้าแคบ ที่ต้องนำผ้าสองผืนมาเย็บ หรือ “เพลาะ” ต่อกัน เมื่อ “เพลาะ” แล้วผืนผ้าจะมีความกว้าง และมีความยาวกว่าผ้านุ่งธรรมดา จึงใช้เป็นผ้านุ่งโจงได้ ส่วนกระบวนการทอและลวดลายบนผืนผ้า เป็นเครื่องบ่งบอกฐานันดรของผู้ส่วมใส่ ซึ่งมีด้วยกันหลายรูปแบบ ไว่ใช้สวมใส่ตามวาระสำคัญ ๆ เช่น สมปักเชิงปูม สมปักล่องจวน สมปักปูมดอกเล็ก สมปักปูมดอกกลาง สมปักปูมดอกใหญ่ สมปักปูมท้องนาค เป็นผ้าแต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมในการสวมใส่ต่างวาระองค์ประกอบบนผืนผ้ามีการแบ่งพื้นที่บนผืนผ้าที่แตกต่างกัน เพื่อให้สอดคล้องกับการบอกยศตามชั้นของขุนนาง คือ ขุนหลวง คุณพระ พระยา แต่ละชั้นจะมีจำนวนศักดินาที่แตกต่างกันออกไป ให้ดูที่ลายบริเวณ ส่วนของท้องผ้าว่าเป็นลวดลายอะไร ดอกขนาดไหน เล็ก กลาง ใหญ่ สีของท้องผ้าอาจเกี่ยวข้องกับสังกัดกรมกองในหน้าที่การงาน ส่วนพระภูษาทรงของเจ้านายอาจแตกต่างจากขุนนางตรงวัสดุที่นำมาผลิตและตกแต่งจะเป็นวัตถุดิบที่มีมูลค่ามากกว่าเส้นไหมธรรมดา โดยอาจใช้ดิ้นเงินหรือดิ้นทอง เพื่อเพิ่มมูลค่าและความสวยงามให้กับผืนผ้าที่ทอ ผ้าสมปักปูม ท้องผ้าลายนาคขอบคุณภาพจากหนังสือราชภูษิตาภรณ์สยาม […]

nattapaty

September 26, 2024
1 2 7